บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) (เดิมชื่อว่า บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด) ก่อตั้งขึ้นโดย ORI ซึ่ง ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ORI มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯ คิดเป็นร้อยละ 99.99 โดยบริษัทฯ ถือเป็นบริษัทแกนนำหลัก (Flagship Company) ของกลุ่ม ORI ในการดำเนินธุรกิจเพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบในประเทศไทย

ข้อมูลเบื้องต้น

บริษัทฯ ก่อตั้ง
11 สิงหาคม 2559
ทุนจดทะเบียน
428.57 ล้านบาท
ประเภทที่อยู่อาศัย
แนวราบในไทย

4 แบรนด์หลักของ BRI

แบรนด์ “เบลกราเวีย”

พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว

แบรนด์ “แกรนด์ บริทาเนีย”

พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด

แบรนด์ “บริทาเนีย”

พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม

แบรนด์ “ไบรตัน”

พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม

บริษัทฯ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1.0 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2564 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 428.57 ล้านบาท ซึ่งมีทุนชำระแล้ว 300.0 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งทำเลที่มีการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ซึ่งแบ่งตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและรูปแบบของโครงการ ได้แก่ (1) แบรนด์ “เบลกราเวีย” พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว (2) แบรนด์ “แกรนด์ บริทาเนีย” พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด (3) แบรนด์ “บริทาเนีย” พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม และ (4) แบรนด์ “ไบรตัน” พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค เนื่องจากบริษัทฯ มีความโดดเด่นด้านการออกแบบบ้าน พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน รูปแบบโครงการ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ สามารถปิดโครงการแล้ว จำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 2,028 ล้านบาท มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 13 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 17,550 ล้านบาท โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 4,300 ล้านบาท และโครงการในอนาคต จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 10,800 ล้านบาท